2006/Nov/18

จวบถึงบัดนี้ ฉากชีวิตของฉันได้ดำเนินมาถึงตอนที่ฉันได้กระทำตนเยี่ยงผู้มีอารยะโดยทั่วไป ด้วยการแสวงหาการงานกระทำอย่างเป็นหลักแหล่ง ณ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งด้วยจรรยาบรรณแล้วมิอาจเปิดเผยเฉลยนามได้(ที่จริงแล้วเพราะเขาไม่จ่ายค่าโฆษณาให้กู) และตามบรรทัดฐานของอารยชนทั่วไปซึ่งต้องมีส่วนร่วมในสังคม ฉันจึงได้นำพาตัวเข้าร่วมสังกัดสมาคมในที่ทำงานเพื่อสังสรรค์กับผู้ร่วมงานโดยการเข้าร่วมสังกัดสมาคมแม่บ้านทหารเผ่นศึก อันมีคุณเจอรี่ผู้เป็นอุปโลกน์นายกสมาคมนั่งแป้นเป็นประธาน ด้วยประสบการณ์อันเชี่ยวกรากจากการได้เคยเข้าร่วมสังกัดสมาคมจับยี่กีสี่ภูมิภาคอันเก่าแก่มาก่อน จึงส่งผลให้ฉันสามารถทำตัวกลมกลืนไปกับสมาคมสังคมชั้นสูงของคุณเจอรี่ได้โดยง่ายและไม่เคอะเขิน

ก่อนอื่นก่อนใดนั้นฉันคงต้องขอวางพื้นเพเปิดตัวคุณเจอรี่ประธานสมาคมเสียก่อน คุณเจอรี่นั้นเป็นสาวไทยฉบับกระเป๋าและเป็นหนึ่งในคนไทยเพียงสามคนนอกเหนือจากตัวฉัน และคุณนายภูธร มาม่าซังผู้มากบารมีประจำสำนักงานซึ่งฉันไม่ขอกล่าวถึงในที่นี้ (เพราะกูไม่ถูกกัน)

คุณเจอรี่ของเรานั้นเธอเป็นนักการตลาดตัวยงที่สามารถออกไปเดินสำรวจตลาดตามห้างร้านได้เกือบทุกวัน ด้วยการนำเอาสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของลูกผัวมาบังหน้า ว่าลูกอยากได้นี่สามีอยากได้นั่นบ้างละ หากเธอมีเหตุเป็นไปได้ยินได้ฟังว่าห้างร้านใดจัดรายการลดกระหน่ำดัมพ์ราคาเสียแล้วละก็...เป็นได้เห็นดีกับคุณเจอรี่เป็นแน่แท้ เธอจะรีบเสาะหาคูปองลดราคามาตัดตระเตรียมรอไว้ แล้วเขย่งฝีเท้าเหยียบคลัช (แกต้องเขย่งจริงๆเพราะแกเตี้ยมากกก) บึ่งไปในทันทีทันใด ข้าวปลาเอาไว้แดกกันทีหลัง ส่วนนอกเวลาราชการนั้นคุณเจอรี่จะทำตัวเป็นแม่บ้านอย่างเต็มภาคภูมิ ด้วยการกลับบ้านไปหงายหลังตีลังกาเฝ้าหน้าจอเพื่อรับชมรายการสะเก็ด(คนดัง)ระเบิดเพื่อมาเล่าสู่แบ่งปันให้ฉันฟัง จนฉันอดปากที่จะเอ่ยประนามไม่ได้ว่าฉันเอียน เซ็ง อ้วกคนดัง เพราะมันชอบทำตัวหนวกหูให้เข้าหูชาวบ้าน เขาถึงเรียกมันว่า "คนดัง" คุณเจอรี่ก็ทำหน้าตาเหรอหราอย่างอดพิศวงไปกับปรัชญาอันสูงส่งของฉันเสียมิได้ จนฉันแอบคิดด้วยความอคติไม่ได้ว่าสักวันสะเก็ดคนดังระเบิดจะกระเด็นทิ่มลูกหูลูกตาเธอดับคาหน้าจอ ก็แหม เธอออกจะเสี่ยงภัยขนาดนั้น แล้วเรื่องใดเล่าจะชวนสะเด่าเท่าเรื่องราวของชาวบ้าน

และแล้ววันหนึ่งคุณเจอรี่ก็นำพาให้ฉันผกผันไปพบกับจุดหักเหของชีวิตที่นำไปสู่จั่วหัวของเรื่องนี้

วันนั้นคุณเจอรี่ตัดคูปองลดราคาพร้อมกอดแคตาล็อคสินค้าแนบอกเพื่อเตรียมพร้อมออกไปบุกตลาดเช่นเคย เป้าหมายของเธอในคราวนี้คือกะทะเทฟลอนขนาด ๑๒ นิ้วพร้อมสาธยายสรรพคุณความงามความดีของกะทะสายพันธุ์นี้ให้ฉันฟังอย่างกูรูผู้รู้เท่าทันโลก เราจึงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันฉันท์มิตรเยี่ยง...แน่ล่ะสิ "ผู้มีอารยธรรม"

คุณเจอรี่เปิดประเด็นว่าเธอนั้นนิยมชมชอบอาหารฝรั่งเยี่ยงออมเล็ทและอาหารที่ใช้ไขมันในการปนปรุงน้อย ภาชนะที่เธอสามารถทำความสะอาดง่าย ประกอบอาหารง่ายไม่ติดกะทะ กะทะเทฟลอนนั้นสามารถตอบโจทย์คณิตศาสตร์ข้อนี้ให้เธอได้

ฉันจึงคัดง้างประเด็นด้วยกะทะจีนที่ทั้งหนัก ทำความสะอาดยาก ด้วยเหตุผลสามานย์ ว๊าย เหตุผลสามัญแห่งธรรมชาติของมนุษย์ปุถุชนปนประชาทัณฑ์ว่า กะทะเทฟลอนนั้นเปรียบปานได้กับกะทะคุณหนูผู้เรียกร้องความทะนุถนอมกล่อมเลี้ยงอย่างสุดขีด หากใช้ตะหลิวโลหะก็จะก่อให้เกิดรอยราคีให้เป็นที่เสื่อมเสียราศีของเธอได้ อีกทั้งยังไม่สามารถใช้ไฟแก่ได้อีกด้วย ในขณะที่กะทะแบบจีนของฉันนั้นทนมือทนตีน สมบุกสมบัน มาดมั่นกับความซาดิสต์อ่อนๆเยี่ยงแม่ครัวอย่างฉันได้เป็นอันดี

อีกทั้งการที่ฉันได้เคยผูกพันอยู่กับครัวในร้านอาหารมานานหลายปี ทำให้ฉันซาบซึ้งดื่มด่ำกับอุปรากรออเคสตราหน้าเตาที่เสียงเคาะทัพพี ตะหลิวกับหม้อและกะทะประสานเสียงส่งท่วงทำนองกันอย่างกลมกล่อม พร้อมถึงซึ่งรสชาติ และบรรยากาศ ในขณะที่สุ้มเสียงของการประกอบอาหารด้วยกะทะเทฟลอนนั้นสุดแสนจะฉู่ฉี่วังเวงหัวใจ

อาจจะเป็นด้วยอุปาทานของฉันเองที่คิดไปว่า เมื่อได้ยินเสียงของตะหลิวและทัพพีกระทบหม้อและกะทะในบ้านคราใดนั้น คือการย้ำเตือนให้ฉันขอบใจชีวิตว่า ขณะนี้ในบ้านของฉันยังมีอาหารให้กิน อีกทั้งยังเป็นการประกาศกลายๆอย่างไม่โฉ่งฉ่างให้ได้ยินไปยังเพื่อนบ้านที่ไม่ค่อยจะถูกกันว่า "กูก็มีแดกโว้ย!"


edit @ 2006/11/18 07:47:11

Comment

Comment:

Tweet


ช่างเปรียบเทียบดีจริงๆค่ะ
ชอบตรงที่ผัดในเทฟลอนคงให้อารมณ์ฉู่ฉี่วังเวงหัวใจ
เจ๊เขียนย๊าวยาว แต่ทำไมคอมเมนต์ของเจ๊ไม่เป้นสัดเป็นส่วนกันเลยเล่าครับ

เข้ามากวนตีน
เห็นด้วยๆ 555
#2 by nuut At 2006-11-29 08:26,
อืม ถ้าเอามาเผาไม่ได้ ใช้ตะหลิวกระแทกไม่ดี

มันจะเรียกว่ากระทะได้อย่างไร